Digital Marketing

อย่าหาทำ! 5 สิ่งต้องห้าม ถ้าไม่อยากหมดอนาคตกับธุรกิจออนไลน์

Text : เจษฎา ปุรินทวรกุล




Main Idea

 
  • ในวันที่ถนนธุรกิจทุกสายมุ่งสู่โลกออนไลน์ ซึ่งมีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลว นี่คือความล้มเหลวพื้นฐาน 5 ข้อ ที่ผู้เริ่่มต้นธุรกิจออนไลน์ควรหลีกเลี่ยง
 


     การเริ่มต้นธุรกิจใหม่นั้น มาพร้อมกับความท้าทายในหลายๆ ด้าน รวมถึงความสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวของปีถัดๆ ไปด้วย ทั้งนี้หากเรากำลังเริ่มต้นการตลาดออนไลน์ ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวง เพราะทุกวันนี้ ไม่ว่าแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ต่างพากันเล่นเรื่องการตลาดออนไลน์กันทั้งนั้น ซึ่งมีหลายแบรนด์ประสบความสำเร็จ และมีหลายแบรนด์ล้มเหลว เราจึงควรหลีกเลี่ยงความล้มเหลวจากเรื่องพื้นฐาน 5 ข้อ ดังนี้



 

     1. ไม่ตั้งความคาดหวังให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

     การกำหนดความคาดหวังที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่าพยายามโฆษณาเกินราคาและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ / บริการ เช่น สินค้าราคา 100 บาท แต่โฆษณาเกินจริง เกินมาตรฐาน จนเหมือนสินค้ามีราคา 1,000 บาท เพราะสุดท้ายแล้ว แบรนด์ของเราก็ต้องมารับมือกับความไม่พอใจของลูกค้า ขาดโอกาสในการขายสินค้าซ้ำ และเสียชื่อเสียงไปในที่สุด


     2. ขาดงบประมาณด้านการตลาด

     การมีงบประมาณในส่วนของการตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญ และเราต้องมีการวางแผนอย่างชัดเจนว่าจะลงทุนอะไร อย่างไร เพื่ออะไร และผลตอบแทนที่กลับมาจะมาในรูปแบบไหน ซึ่งการทำความเข้าใจ พร้อมระบุตัวเลขเงินในส่วนของค่าการตลาดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน มักทำให้ผู้ประกอบการกลัว และรู้สึกเสียดาย แต่ขณะเดียวกันถ้าเราสามารถวัดผลตอบแทนจากการลงทุนได้ การตั้งงบประมาณส่วนนี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความมั่นใจและทรงประสิทธิภาพมากๆ





     3. ทำงานไม่หนักพอ

     อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ ว่าการเป็นผู้ประกอบการต้องพบกับความท้าทายในหลายๆ ด้าน งานด้านการตลาดออนไลน์เองก็เป็นหนึ่งในความท้าทายนั้นด้วย การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและเรียนรู้เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลา เช่น เมื่อก่อนทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ก็อาจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นวันละ 2-3 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้เรื่องอื่นๆ เพื่ออนาคตที่ดีของธุรกิจ บางคนอาจคิดว่าจ้าง Freelance ซะก็จบแล้วหรือเปล่า คำตอบคือใช่ส่วนเดียว เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงเราก็ต้องมีความรู้ติดมือบ้าง เพื่อไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเรา หรือทำงานคุณภาพต่ำแล้วมาหลอกเคลมว่าเป็นงานคุณภาพดี  


     4. จ้างงานโดยไม่มีวิธีการวัดประสิทธิภาพ

     ต่อเนื่องจากข้อ 3 การ Outsource หรือจ้าง Freelance เป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจและการตลาดของผู้ประกอบการมือใหม่ป้ายแดงเติบโตได้ แต่ต้องอย่าลืมทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และรู้วิธีวัดประสิทธิภาพการลงทุน เช่น หากเราจ้างทำ Infographic โดยไม่รู้ว่าจะสื่อสารอย่างไรให้เข้าใจง่าย สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นใคร อายุเท่าไหร่ เผยแพร่ในสื่อใด ควรใช้ Font แบบไหน และจะประเมินผลสำเร็จอย่างไร เช่น ค่าจ้างในการออกแบบทั้งหมด 3,000 บาท ต้องการยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอด Engagement การคอมเมนต์ หรือสั่งซื้อสินค้า ทั้งหมดนี้ต้องคิดให้ดี เพื่อให้สามารถวัดประสิทธิภาพความคุ้มค่า และผลตอบแทนการลงทุนได้  


     5. ประเมินความยากของตลาดออนไลน์ต่ำเกินไป

     หลายๆ คนมักคิดว่าแค่มีเงินยิงโฆษณาผ่าน Facebook ก็ขายของได้แล้ว ต้องใช่สิ เพราะแบรนด์นั้น แบรนด์นี้ก็ทำแค่นี้เอง สุดท้ายขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

     ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ อยากบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถ้าเราประเมินผิดพลาด ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับมาดูกระแสเงินสดว่ามีเงินลงทุนเพียงเท่านี้ จะอยู่ได้กี่เดือน สำหรับบางคนทำเป็นธุรกิจเสริมก็คงไม่มีปัญหา แต่ใครลาออกมาเพื่อทำธุรกิจหลักก็บอกได้เต็มปากเลยว่าลำบากแน่นอน เพราะฉะนั้น วางแผนให้ดี ก่อนลงสนามรบจริงๆ หรือทดลองขายเป็นอาชีพเสริมก่อน จนมั่นใจว่ามีความพร้อมและประสบการณ์มากพอ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup