แพลตฟอร์มสุดฮิตที่ตอนนี้ต้องมีติดมือถือแทบทุกคนคงหนีไม่พ้น TikTok แต่เมื่อ Instagram ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Reels เข้ามาเพื่อเป็นลูกเล่นให้กับตัวแอปฯ โดยที่การใช้งานก็มีความคล้ายกับ TikTok แบบนี้จึงเป็นข้อดีของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการเลือกช่องทางการโปรโมตร้านค้า หรืออาจจะเป็นการเพิ่มช่องทางขายของไปด้วย

     อย่างไรก็ตาม แต่ละแพลตฟอร์มย่อมมีทั้งความเหมือนและความต่าง ข้อเด่นข้อด้อยที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานว่าอยากเผยแพร่วิดีโอแนวไหนและต้องการผลลัพธ์อย่างไร

 

 

     Reels กับ TikTok เป็นคู่แข่งที่สูสีกันมาก ด้วยรูปแบบของแพลตฟอร์มที่เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง กล่าวคือ Reels จะเป็นฟีเจอร์ในแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Instagram ตัวฟีเจอร์ Reels จะมีความยาวของวิดีโอที่อัพโหลด 15 วินาที จึงเหมาะกับการทำคลิปที่ไม่ต้องอธิบายเยอะ คนส่วนใหญ่ที่ใช้ Reels ก็จะอัพวิดีโอเป็นคอนเทนต์ที่เน้นความสวยงามไม่ต้องพูดอะไรมากมาย แต่ให้ภาพหรือวิดีโอเป็นตัวเล่าเรื่องโดยตัวของมันเอง

     เมื่อเทียบกับ TikTok ซึ่งมีความยาวของวิดีโอที่อัพโหลดอยู่ที่ 60 วินาที จึงทำให้คอนเทนต์ของผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ต่างจาก Reels นั่นคือจะมีคอนเทนต์ที่หลากหลายกว่า สามารถพูดหรืออธิบายเกี่ยวกับคลิปได้มากกว่า

 

 

     ถ้าพูดถึงเรื่องการมองเห็นวิดีโอแล้ว TikTok จะมีผู้เข้าชมที่เป็นทั้งผู้ติดตามและไม่ได้ติดตาม มีผู้ชมที่เข้าถึงได้หลากหลายกว่าเพราะ TikTok จะคัดวิดีโอขึ้นหน้า Feed ของผู้ชมโดยเลือกจากคุณภาพ แปลง่ายๆ ว่าต่อให้ผู้ที่สร้างวิดีโอไม่ใช่คนดัง มีผู้ติดตามน้อย แต่ถ้าคอนเทนต์นั้นดีมีคุณภาพตรงกับกระแสในสังคมที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอยู่ หรือมีอะไรที่น่าสนใจ วิดีโอของคุณก็มีโอกาสที่จะมียอดวิวสูงและมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้