จริงๆ แล้วทั้งกล่องสุ่มและโอมากาเสะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นของทั้งสองเรื่อง ล้วนแต่มีประเด็นที่น่าคิดในมุมของการตลาด
แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจต้องรับผลกระทบอย่างมหาศาล บางธุรกิจปิดกิจการไปก็มี แต่ก็มีธุรกิจได้โอกาสในการเติบโตจากสถานการณ์นี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมากจากการเปลี่ยนแปลงจากดิจิทัล
นับตั้งแต่ปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลากว่าสองปีครึ่ง ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้และอยู่กับการระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาสองปีกว่า ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภค แนวโน้มธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่ารูปแบบการทำธุรกิจเองก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน
เกาหลีใต้นับเป็นประเทศที่มีการตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงบล็อกเชนมาใช้ในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงมีกฎหมายที่กำกับดูแลธุรกิจดังกล่าวอย่างเต็มตัวแต่ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่มาเสริมความเข้มแข้งให้กับภาคธุรกิจ
หากมีช่องทางรับชำระเงินที่สะดวกและหลากหลาย นอกจากจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าแล้ว ยังช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แล้วช่องทางไหนจะเหมาะกับธุรกิจแบบใด ไปหาคำตอบกัน
เมื่อพูดถึงการซื้อซ้ำ ทฤษฎี Marketing มักจะพุ่งเป้าไปที่การรักษาฐาน “ลูกค้าเก่า” ให้ได้มากที่สุด เพราะงบประมาณการตลาดที่ทุ่มให้กับการหาลูกค้าใหม่ มีตัวเลขที่สูงกว่า การรักษาลูกค้าเก่าให้เกิดการซื้อซ้ำ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ หนึ่งไลฟ์สไตล์ยอดฮิตของคนยุคนี้ ก็คือ การไปคาเฟ่ ซึ่งการไปคาเฟ่หรือร้านกาแฟยุคนี้ ไม่ใช่แค่เพียงเพราะต้องการเครื่องดื่มสักแก้ว หรือที่นั่งชิล นั่งทำงานอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว การไปคาเฟ่ทุกวันนี้ของหลายคนอาจเหมือนการไปสถานที่ท่องเที่ยวสักแห่งหนึ่งเลยก็ได้ที่คุณอาจมีรูปสวยๆ ไว้อวดเพื่อน
ใครจะรู้ว่าจากพ่อค้าขายไอศกรีมโมจิที่ตลาดนัดจตุจักร จนมีแฟรนไชส์ 300 กว่าสาขา วันนี้เขาคือเจ้าของไอศกรีมผลไม้ไทยที่ไม่ได้ขายแต่ตลาดนัดหากแต่ยังส่งออกตลาดกต่างประเทศที่สามารถครองตลาดเกาหลี 99%
ความผิดหวัง และล้มเหลวเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านจุดนี้มาด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่แบรนด์ดังระดับโลกที่ทุกวันนี้ธุรกิจเติบโตเป็นพันๆ เป็นหมื่นๆ ล้าน ก็เคยเจอวิกฤติเกือบล้มละลายมาแล้ว
หนึ่งในธุรกิจฮอตฮิตยุคนี้คือการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ โดยเฉพาะชาบู ที่มองไปทางไหนก็เห็น แต่จะทำอย่างไรให้ร้านชาบูอร่อย จนมีลูกค้ามาต่อคิวเยอะถึงขนาดเปิด 2 สาขาในปีเดียวแบบนี้ ยิ่งเจ้าของร้านวัย 25 ปีที่เพิ่งเรียนจบด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจว่าทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ
กว่า 5 ทศวรรษกับการเติบโตของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายใต้แบรนด์ “DEESAWAT” (ดีสวัสดิ์) แม้มีช่วงที่ต้องสะดุดจากการผลัดเปลี่ยนมือของผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นคนก่อตั้งธุรกิจในลักษณะเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบดั้งเดิมฝังมุก
เชื่อว่า SME หลายคนที่ผลิตสินค้ามาแล้วหนึ่งในสถานที่ที่อยากจะนำไปของไปขายคือ เซเว่น อีเลฟเว่น เพราะนั่นคือโอกาสในการทำเงินอย่างมหาศาล