สตาร์ทอัพไทยจะรอดและเติบโตในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เป็นใจได้อย่างไร วันนี้ อาจารย์มิก-ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคม Thai Startup และ CEO iTAX เปิดอกเล่าอุปสรรคของสตาร์ทอัพไทย ความเชื่อ ความหวัง และการวางแผนรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แบบหมดเปลือก
Exhibition Marketing เป็นการตลาดแบบเชิงรุกโดยการสร้างบรรยากาศให้ผู้ที่สนใจในตัวนิทรรศการได้รู้ถึงความสำคัญของสินค้าและเกิดความต้องการซื้อสินค้าในที่สุด ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นส่งผลให้แบรนด์ได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจภาคการเกษตรของไทยต้องประสบไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ ความไม่แน่นอนของสภาพดิน ฟ้า อากาศ ทำให้วิถีชีวิตของเกษตรกรถูกแขวนไว้บนความเสี่ยง จนเกิดเป็นปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย
ในแวดวงธุรกิจอาหาร plant-based ที่กำลังบูมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยส่วนใหญ่เน้นไปที่เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือกระทั่งไข่ไก่เทียม อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังจะเห็นสตาร์ทอัพฟู้ดเทครุ่นใหม่หันมาสนใจจับตลาดอาหารทะเลจากพืชมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “เซฟ ดะ ซี ฟู้ดส์” (Save da Sea Foods) จากแคนาดา
พามาดูแพลตฟอร์มออนไลน์ฝีมือคนไทย เพื่่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถบริหารธุรกิจได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แม้จะเป็นร้านเบเกอรี่ที่เปิดให้บริการเพียงไม่กี่ปี แต่ Orange Bakery กลับกลายเป็นไวรัลตามสื่อต่างๆ จนขึ้นแท่นร้านเบเกอรี่ยอดนิยมของชาวเมือง และหากใครแวะไปวัทลิงตัน ในมณฑลออกซ์ฟอร์ดไชร์ของอังกฤษก็ถือเป็นอีกจุดที่ต้องแวะไปชิมขนมอบใหม่ๆ จากเตา
มีสตาร์ทอัพหลายรายที่เปิดธุรกิจ Refill Store ซึ่งเป็นร้านค้าที่ลูกค้าสามารถนำภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่มีอยู่และใช้ซ้ำได้ ไปดูกันว่ามีสตาร์ทอัพเจ้าไหนที่ทำบ้าง และพวกเขาดำเนินการอย่างไร
หนึ่งในวิธีที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตคือการส่งออก แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME ในระบบประมาณ 3.1 ล้านราย กลับเป็นผู้ส่งออกไม่ถึง 1% หรือประมาณ 3 หมื่นรายเท่านั้น
มากกว่าเก้าในสิบ หรือกว่า 98% ของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในประเทศไทย กำลังเผชิญกับความผันผวนของกำลังคน อันเกิดจากปรากฏการณ์การลาออกครั้งใหญ่
หากมีช่องทางรับชำระเงินที่สะดวกและหลากหลาย นอกจากจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าแล้ว ยังช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แล้วช่องทางไหนจะเหมาะกับธุรกิจแบบใด ไปหาคำตอบกัน
ด้วยความคิดที่อยากทำเครื่องประดับไม่ระบุเพศไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง ควีน ทราน ก็สามารถใส่ได้ Automic Gold แบรนด์เครื่องประดับไร้เพศ โดยปัจจุบัน Automic Gold สามารถสร้างรายได้ปีละกว่า 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Ford V Ferrari หรือในชื่อไทยว่า ‘ใหญ่ชนยักษ์ ซิ่งทะลุไมล์’ คือ ภาพยนตร์ที่นำเสนอเกมกลยุทธ์ทางธุรกิจ การแข่งขันชิงไหวชิงพริบกันของ 2 ค่ายรถยนต์ชื่อดัง คือ “ฟอร์ด” แห่งสหรัฐอเมริกา และ “เฟอร์รารี” แห่งอิตาลี ที่วันหนึ่งกลายมาเป็นศึกการแข่งขันเจ้าแห่งความเร็ว